Google Ads สำหรับธุรกิจ

Google Ads สำหรับธุรกิจ

หนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ทางการตลาดในการทำธุรกิจทุกวันนี้คือการวัดผลและคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ของแคมเปญทางการตลาด เช่น แคมเปญด้าน SEO ที่ช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ แต่การหากลุ่มผู้ที่มีความสนใจในสินค้า/บริการผ่านทางแคมเปญ SEO นั้นทำได้ยากเมื่อเทียบกับความหลากหลายของตัวแปรต่างๆที่มีอยู่

ในอีกแง่หนึ่ง Google Ads ทำให้คุณเข้าถึงลูกค้าเฉพาะกลุ่มของคุณและยังรู้ด้วยว่าพวกเขาตอบสนองกับโฆษณานั้นอย่างไร คุณสามารถเลือกคำหลักในการค้นหาและคำโฆษณาที่จะทำให้คนคลิ๊กมากที่สุด ซึ่งมันเป็นวิธีที่ดีที่จะได้ลูกค้าใหม่ นอกจากนั้นคุณยังสามารถคำนวณต้นทุนที่ใช้ในการหาลูกค้าเพื่อเปรียบเทียบรายได้ต่อเดือนเพื่อคำนวณหาความคุ้มทุน

นอกจากคุณจะเห็นผลจากการลงทุนกับ Google ได้ง่ายกว่าแล้ว คุณยังเห็นผลภายใน 3-6 เดือนซึ่งเร็วกว่าเครื่องมืออื่นอย่างมาก Pronto ใช้แคมเปญ Google Ads สำหรับธุรกิจหลากหลายประเภทของลูกค้าและศึกษาการใช้งานมาเป็นเวลาหลายปี บทความนี้ครอบคลุมขั้นตอนต่างๆที่สำคัญที่ทำให้แคมเปญ Ads ประสบความสำเร็จ

บทความนี้ไม่ได้พูดถึงวิธีการใช้งานทั้งหมด แต่เป็นภาพรวมที่จะช่วยทำให้คุณเข้าใจวิธีการทำงาน ของ Google Ads เพื่อให้คุณลองประเมินดูว่าเหมาะสมกับธุรกิจของคุณหรือไม่ ถ้าคุณสนใจที่จะเริ่ม Google Ads คุณสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับบริการการบริหาร Google Ads ของเราอย่างเด็มรูปแบบได้ที่นี่

ขั้นตอนที่ 1 – ศึกษาค้นคว้าคีย์เวิร์ด

img_blog-marketing-03

ขั้นตอนแรกคือการตัดสินใจว่าคีย์เวิร์ดแบบไหนที่จะดึงดูดลูกค้าเป้าหมายของคุณ คำที่คุณคิดว่ากลุ่มลูกค้าของคุณจะใช้ในการค้นหาเมื่อพวกเขาต้องการบริการจากบริษัทของคุณ ซึ่งอาจเป็นคำที่คุณนึกไม่ถึงเพราฉะนั้นคุณต้องทำการศึกษา ซึ่ง Google มีเครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ดอยู่ในแพลตฟอร์ม Google Adsแต่เราแนะนำการระดมสมองช่วยกันคิดคีย์เวิร์ดต่างๆโดยใช้เครื่องมือวิจัยคีย์เวิร์ดอื่นๆด้วย

เครื่องมือที่เราใช้ศึกษาค้นคว้าคีย์เวิร์ดสำหรับลูกค้า Google Ads ของเรา:

เมื่อคุณมีไอเดียเกี่ยวกับคีย์เวิร์ดเป็นจำนวนมาก ควรลองนำไปเสิร์ชดูว่าคำไหนถูกใช้ค้นหามากที่สุดและดูว่าคำเหล่านั้นเฉพาะเจาะจงแล้วหรือไม่

จำไว้ว่าการโฆษณาแบบ pay-per-click คุณต้องจ่ายเงินทุกครั้งที่มีคนคลิ๊ก ทำให้คีเวิร์ดที่กว้างและไม่เจาะจงเกิดการคลิ๊กที่ไม่เกี่ยวข้องขึ้นซึ่งทำให้คุณหมดเงินกับการโฆษณาเร็วมาก

ขั้นตอนที่ 2 – การวางแผนแคมเปญ

หลังจากที่คุณสร้างลิสต์คำที่คุณคิดว่าเกี่ยวข้องแล้วคุณต้องจัดคำเหล่านั้นตามกลุ่มโฆษณาต่างๆ การพัฒนาโครงสร้างของแต่ละส่วนที่มีคีย์เวิร์ดประมาณ 8-12 กลุ่มคำ

คุณควรใส่ข้อมูลทุกอย่างไว้ในสเปรดชีทเวลาที่จัดการแคมเปญ เพราะมันจะทำให้คุณจัดกลุ่มและวางแผนคำโฆษณาของคุณให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า ถ้าสนใจนำตารางของเราไปใช้ ดาวน์โหลดได้ที่นี่เลย

campaign-planning-spreadsheet

เมื่อคุณจัดกลุ่มโฆษณาแล้ว ให้คิดคำโฆษณาไว้ 2-3 ชุดต่อกลุ่ม ซึ่งแต่ละชุดควรประกอบไปด้วยพาดหัวและคำโฆษณาที่โฟกัสฟีเจอร์และข้อดีของบริการที่ลูกค้าต้องการ เช่น ถ้ามีคนเสิร์ชคำว่า “ร้านซ่อมรถ” คุณควรอธิบายข้อดีของบริการซ่อมรถต่างๆของคุณ

มันอาจจะดูมีงานให้ทำเยอะ แต่มันจะเป็นประโยชน์กับคุณเมื่อแคมเปญถูกปล่อยออกไปแล้ว การจัดการแคมเปญแบบนี้ทำให้คุณประเมินโฆษณาแต่ละกลุ่มได้และเอาคีย์เวิร์ดที่ไม่ค่อยตรงกับความต้องการของลูกค้าออกเพื่อที่จะได้คุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุด

ขั้นตอนที่ 3 – การสร้างแลนดิ้ง เพจ

เมื่อคีย์เวิร์ดและโฆษณาถูกจัดให้อยู่เป็นกลุ่ม คุณก็ควรจะสร้างแลนดิ้งเพจต่อกลุ่มด้วย เช่น ถ้าลูกค้าหาคำว่า “ร้านซ่อมรถ” และเห็นคำโฆษณาเกี่ยวกับบริการซ่อมรถต่างๆ พวกเขาควรจะถูกลิงค์ไปยังแลนดิ้งเพจเฉพาะที่เกี่ยวกับการซ่อมรถ

campaign-landing-page

หัวข้อและเนื้อหาของแลนดิ้งเพจควรตรงกับเนื้อหาในโฆษณา แต่ละคนที่คลิ๊กโฆษณาของคุณควรถูกลิงค์ไปยังเพจที่มีสิ่งที่พวกเขาต้องการเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาหาต่อ Google เข้าใจว่าสิ่งนี้เป็นประสบการณ์ที่ดีของผู้ใช้งาน ดังนั้นการโฆษณาที่ดีของคุณจะถูกจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม Quality Score ที่สุงกว่า ซึ่งหมายความว่าโฆษณาของคุณจะได้รับสิทธิพิเศษเมื่อเทียบกับแคมเปญของคู่แข่งที่ปรับแต่งเพียงเล็กน้อย

วิธีการเปลี่ยนให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์กลายมาเป็นลูกค้าโดยใช้ Google Ads:

img_blog-marketing

เมื่อสร้างแลนดิ้งเพจแล้ว สิ่งสำคัญที่คุณต้องทำคือ ปุ่ม call-to-action อยู่ด้านบนของเพจ ซึ่ง call-to-action (CTA) คือสิ่งที่เราต้องการให้ผู้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราตัดสินใจลงมือทำ เช่น ตรวจเช็ครถฟรี จริงๆแล้วมันคือการแลกเปลี่ยนกันกับข้อมูลติดต่อลูกค้านั่นเอง

ขั้นตอนที่ 4 – การเริ่มทำแคมเปญ

img_blog-marketing-04

เมื่อคุณพร้อมที่จะเริ่มทำแคมเปญบนแพลตฟอร์มของ Google Ads ถ้าคุณใช้สเปรดชีท มันง่ายที่จะโอนถ่ายข้อมูลไปมาได้ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วคุณต้องปรับเปลี่ยนค่าติดตั้งบางอย่างก่อนที่จะเริ่มปล่อยแคมเปญออกไป

ประเภทของเครือข่าย

เริ่มโดยการเลือก “ค้นหาเครือข่าย” เพื่อหาประเภทของสัญญาณ Google มีบริการที่เข้าถึงเครือข่าย display network แต่เราไม่แนะนำให้ใช้ เพราะเราเน้นการโฆษณาที่แสดงผลเมื่อมีคนค้นหาบน Google เท่านั้น ไม่ใช่โฆษณาทั่วไปที่เห็นได้บนเว็บไซต์อื่นๆ

ราคา
สิ่งต่อมาที่คุณต้องตัดสินใจคือเรื่องของราคาโฆษณาต่อวัน เราแนะนำว่าควรจะเริ่มที่ 30,000 บาทเพื่อผลลัพธ์ที่ดี ซึ่งถ้าเฉลี่ยเฉพาะวันธรรมดาก็จะราคาประมาณวันละ 1,500 บาท ตัวเลือกเสริมอื่นๆสามารถเพิ่มได้หลังจากการตั้งค่าเริ่มต้น

การปล่อยโฆษณา/การหมุนเวียน
เมื่อคุณมีโฆษณาที่หลากหลายในแต่ละกลุ่ม คุณควรตั้งค่าให้โฆษณาสลับหมุนเวียนเท่าๆกัน Google สามารถเลือก “โฆษณาที่ดีที่สุด” ให้คุณได้แต่เราควรได้ข้อมูลสำคัญของโฆษณาแต่ละชิ้นก่อนที่จะให้ Google เลือกให้

ตารางเวลา
เวลาที่คุณจัดตารางเวลาโฆษณา คุณสามารถเลือกวันและช่วงเวลาที่จะลงโฆษณาได้ ช่วงเวลาที่แนะนำคือช่วง 7.00 น. ถึง 22.00 น. ของวันธรรมดา

พื้นที่อยู่อาศัยของลูกค้าเป้าหมาย
คุณสามารถเลือกพื้นที่อยู่อาศัยของลูกค้าเป้าหมายที่คุณจะลงโฆษณาได้โดยกำหนดได้จากระยะทางจากบริษัทของคุณหรือรหัสไปรษณีย์ ซึ่งคุณควรเลือกตัวเลือกที่เหมาะสมกับรูปแบบธุกิจของคุณ เพื่อที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากที่สุด

การตั้งค่าอื่นๆ
คุณมีตัวเลือกหลากหลายมากบนแพลตฟอร์มของ Google Ads ซึ่งในบทความนี้เราจะขออธิบายในส่วนของการใช้งานพื้นฐาน ถ้าคุณต้องการข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม สามารถเข้าไปชมได้ที่ คู่มือการใช้ Google Ads สำหรับเจ้าของธุรกิจ

ขั้นตอนที่ 5 – การปล่อยแคมเปญ

ในขั้นตอนนี้ คุณควรเตรียมพร้อมสำหรับการปล่อยแคมเปญ คุณอาจอยากที่จะปรับแต่งแคมเปญอยู่เรื่อยๆจนกว่าจะปล่อย แต่วิธีที่ดีที่สุดคือการเริ่มเก็บข้อมูลเพื่อนำไปปรับปรุง

การเริ่มต้นวันจันทร์เป็นสิ่งที่ดีเพื่อที่คุณจะได้เก็บข้อมูลได้ทั้งสัปดาห์ ครั้งแรกที่คุณเริ่มปล่อยแคมเปญ มันจะเริ่มเผยแพร่ภายในหนึ่งชั่วโมง

ขั้นตอนที่ 6 – การบริหารจัดการแคมเปญ

เราได้กล่าวถึงความสำคัญของการบำรุงรักษาบัญชีผู้ใช้ของคุณไว้ตอนต้นของบทความนี้แล้ว ซึ่งหากไม่มีการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง คุณเสี่ยงที่จะจ่ายเงินเพื่อคีย์เวิร์ดที่ไม่มีคุณภาพ และมีปัญหาเรื่องคะแนนด้านคุณภาพทำให้กรุ๊ปโฆษณาที่มีคุณภาพสูงถูกปิดลง หรือส่งผลแย่กว่านั้นก็มี

คุณควรใช้เวลาดูแลบัญชีผู้ใช้ของคุณทุกวัน โดยดูที่หัวข้อต่อไปนี้:

  • ปรับปรุงคีย์เวิร์ดและคำโฆษณาถ้าไม่สามารถให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ
  • ถอนโฆษณาที่ผลลัพธ์ไม่ดีออกเพื่อตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็น
  • เพิ่ม negative คีย์เวิร์ดที่ทำให้โฆษณาของคุณไม่ปรากฎในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับบริการของคุณ ที่ไม่เกี่ยวข้อง
  • ตรวจสอบคุณภาพของ conversions และดูว่ามาจากโฆษณาหรือแลนดิ้งเพจอันไหน
  • จับคู่ conversions เพื่อจัดการประชุมและเจอลูกค้าใหม่ๆ พร้อมทั้งคำนวณค่าเฉลี่ย MRR ของลูกค้าแต่ละคนเพื่อพิจารณาผลตอบแทนจากการลงทุน Google Ads
  • คุณควรใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงดูแลการทำงานของระบบเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจาก Google Ads และอาจลดลงเมื่อผ่านไปเป็นเวลาหลายเดือน แต่ในตอนแรกคุณควรใช้เวลาอย่างน้อย 30-60 นาที

ถ้าคุณไม่มีเวลา Pronto สามารถช่วยคุณจัดการแคมเปญของคุณได้ คุณสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับบริการ Google Ads ได้ที่นี่ หรือคุยกับกับทีมของเรา

เคล็ดลับเพื่อประสบความสำเร็จในการทำ Google Ads

ถ้าคุณทำตามแนะนำข้างต้นจนครบแล้ว คุณจะมีแคมเปญ Google Ads ที่ผ่านการศึกษาค้นคว้ามาอย่างดีทำให้มีโครงสร้างที่ดีพร้อมสำหรับการเพิ่มยอดผู้เข้าชมเป้าหมายให้กับเว็บไซต์ ถ้าคุณต้องการให้แคมเปญการตลาดของคุณก้าวไปอีกขั้น ไอเดียต่อไปนี้จะช่วยทำให้มันดีขึ้นได้:

  • โฆษณาแบบ Retargeting – ทำให้โฆษณาแสดงผลเมื่อมีคนเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณ แต่ถ้าผู้ใช้ออกจากหน้าเว็บโดยไม่ได้กรอกฟอร์มข้อมูลที่คุณต้องการ โฆษณาของคุณสามารถตามไปแสดงผลย้ำที่เว็บไซต์อื่นๆได้เพื่อเป็นการเตือนการบริการของธุรกิจของคุณ ซึ่งทำให้คุณไม่เสียลูกค้าไป ซึ่งคุณสามารถติดต่อเราเพื่อศึกษาบริการRetargetingของเราได้
  • นำเสนอ Call to Action ครั้งที่ 2 – Call to Action ในครั้งแรกนั้นถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ที่สนใจกลายมาเป็นฐานลูกค้า แต่มีผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์จำนวนหนึ่งที่ไม่พร้อมสำหรับการซื้อขายในครั้งแรก ดังนั้นการนำเสนอ Call to Action ครั้งที่ 2 เช่น การดาวน์โหลด eBook หรือข้อเสนออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับความต้องการของลูกค้า ที่อาจจะไม่พร้อมในการคุยทางโทรศัพท์ จะสามารถทำให้เพิ่มจำนวนรายชื่อผู้สนใจที่สามารถพัฒนาต่อไปเป็นลูกค้าได้ .
  • รักษาฐานลูกค้าของคุณเอาไว้ – สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการรักษาฐานลูกค้าเอาไว้ เมื่อมีลูกค้ากรอกฟอร์มข้อมูลบนเว็บไซต์ของคุณแล้ว คุณจะต้องติดต่อกลับและติดตามผล ซึ่งอาจเป็นการโทรกลับ หรือการส่งอีเมล์แคมเปญอย่างต่อเนื่องให้กับลูกค้าที่ดาวน์โหลดเนื้อหาไป หรือไม่รับโทรศัพท์ เพื่อให้พวกเขายังจำบริษัทของเราได้ แม้ผ่านไปแล้วเป็นเวลาหลายสัปดาห์

Google Ads เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการเพิ่มโอกาสกระตุ้นจำนวนยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ในขอบเขตที่คุณเลือกไว้โดยคุณสามารถรู้ได้จากจำนวนผลการค้นหาที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณใช้งาน คุณต้องทำการศึกษาค้นคว้าล่วงหน้า สร้างแคมเปญที่มั่นคง และให้เวลากับมันตอนเริ่มต้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุณต้องการ

สนใจศึกษาเพิ่มเติม? เรามีคู่มืออธิบายขั้นตอนการใช้งาน Google Ads อย่างละเอียด เพื่อให้คุณลงโฆษณาได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น คุณสามารถดาวน์โหลดคู่มือได้ที่นี่

Download