SEO ทำงานอย่างไร

SEO ทำงานอย่างไร

ธุรกิจขนาดเล็กที่เพิ่งเริ่มทำการตลาดออนไลน์ล้วนต้องเคยเจอกับคำว่า SEO คุณอาจคิดว่า SEO ไม่ใช่เรื่องสำคัญ แถมมันยังมีศัพท์เฉพาะทางเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ที่ซับซ้อนน่าปวดหัวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคำว่า คำค้นสำคัญ (focus keywords) ลิงก์ที่เชื่อมเข้ามายังเว็บไซต์ของเรา (inbound links) ลิงก์ที่เชื่อมออกไปสู่เว็บไซต์อื่น (outbound links) และการตลาดสื่อสังคมออนไลน์ (social media marketing) ฯลฯ ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงขั้นตอนพื้นฐานของการทำ SEO ที่เจ้าของธุรกิจควรรู้ เพื่อให้คุณเข้าใจความสำคัญของ SEO มากขึ้น

SEO คืออะไร

การเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องมือค้นหาข้อมูล (Search Engine Optimization) หรือ SEO คือการวางแผนกลยุทธ์เพื่อทำให้เว็บไซต์ของคุณขึ้นไปอยู่ในอันดับต้นๆของเครื่องมือค้นหาข้อมูล ซึ่งจะทำให้มีคนเห็นเว็บไซต์ของคุณมากขึ้นและเพิ่มจำนวนผู้ชมเว็บไซต์ การทำ SEO ไม่มีเทคนิคตายตัวเนื่องจากธุรกิจแต่ละประเภทนั้นแตกต่างกัน ทว่าก็มีแนวทางปฏิบัติที่ดีบางอย่างที่คุณควรรู้และทำตาม

7-1

การประยุกต์ใช้ SEO อย่างมีประสิทธิภาพทำให้คุณเอาชนะคู่แข่งขันได้ ผลสำรวจของ Net Market Share (ในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2559) พบว่า Google เป็นผู้นำตลาดผู้ให้บริการเครื่องมือค้นหาข้อมูล โดยการค้นหาข้อมูลบนแพลตฟอร์มของ Google มีจำนวนมากถึง 71.11% ของการค้นหาทั้งหมด แผนภูมิวงกลมด้านบนแสดงให้เห็นถึงอีกครึ่งหนึ่งของเครื่องมือค้นหาข้อมูลซึ่งเป็นส่วนแบ่งการตลาดของ Bing, Baidu, Yahoo และผู้ให้บริการรายอื่นๆ

โดยรวมแล้ว ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลกค้นหาค้นหาข้อมูลโดยใช้ Google ประมาณ 3.5 ล้านครั้งต่อวันและ 1.2 แสนล้านครั้งต่อปี การทำ SEO จะช่วยให้ผู้คนจำนวนมากนับไม่ถ้วนที่อาจกลายมาเป็นลูกค้าของคุณมองเห็นธุรกิจของคุณ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่คุณไม่ควรพลาด

SEO หมวกสีดำกับ SEO หมวกสีขาว

SEO หมวกสีดำ (Black Hat SEO) คือการใช้เทคนิคต่างๆที่ไม่เหมาะสมและไม่เป็นไปตามข้อปฎิบัติที่ดีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้เครื่องมือค้นหาข้อมูล เช่น การใส่คีย์เวิร์ดซ้ำๆในหน้าเว็บไซต์ (keyword stuffing) การใช้คีย์เวิร์ดปลอมจำนวนมากที่ลิงก์ไปสู่หน้าอื่น (doorway pages) การรวมลิงก์ต่างๆไว้บนหน้าเว็บไซต์เพียงหน้าเดียว (link farms) เป็นต้น วิธีนี้มักจะใช้ในการหลอกเครื่องมือค้นหาข้อมูลมากกว่าที่จะสร้างประโยชน์กับผู้ใช้ ถึงแม้จะได้ผลลัพธ์เร็วแต่ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแบนจากเครื่องมือค้นหาข้อมูล

ในขณะที่ SEO หมวกสีขาว (White Hat SEO) ใช้เทคนิคที่เป็นไปตามหลักปฎิบัติที่ดีของการเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องมือค้นหาข้อมูลและให้ความสำคัญกับผู้ชมเว็บไซต์มากกว่า แม้ว่าผลตอบรับที่ได้จากการใช้วิธีนี้จะใช้ระยะเวลานานกว่า แต่ผลดีที่ได้จะมาในรูปของผู้ชมเว็บไซต์ที่เข้าชมเว็บไซต์ของคุณด้วยตนเองผ่านเครื่องมือการค้นหาข้อมูล (organic traffic) และได้รับ lead และลูกค้าเพิ่มขึ้น วิธีการนี้ยังลดโอกาสที่คุณจะถูกแบนจากเครื่องมือค้นหาข้อมูลด้วย

การปรับแต่ง SEO ด้วยปัจจัยภายในเว็บไซต์ (On-page SEO)

เมื่อเราใช้บริการจากบริษัทหรือที่ปรึกษาด้าน SEO สิ่งที่พวกเขาจะจัดการเป็นอันดับแรกคือเว็บไซต์ของคุณหรือที่เราเรียกว่า “On-page SEO” สิ่งที่พวกเขาจะทำได้แก่

  • วิเคราะห์คีย์เวิร์ดของเว็บไซต์ของคุณ
  • หาว่าคีย์เวิร์ดใดเหมาะสมกับตลาดของคุณมากที่สุด
  • ปรับปรุงการเขียนโค้ดของเว็บไซต์ของคุณ (ซึ่งอาจต้องใช้นักพัฒนาเว็บไซต์เข้าช่วย)
  • ใส่คีย์เวิร์ดใน meta tag
  • ทำเว็บไซต์ของคุณให้ใช้งานง่ายบนโทรศัพท์มือถือ
  • ปรับปรุงเนื้อหาเว็บไซต์ของคุณให้เข้ากับคีย์เวิร์ดที่เหมาะสม

เป้าหมายของการปรับแต่ง SEO ด้วยปัจจัยภายในเว็บไซต์ (On-page SEO) ก็คือการปรับปรุงเว็บไซต์ของคุณให้เข้ากับมาตรฐานที่เครื่องมือค้นหาข้อมูลตั้งเอาไว้ เพื่อให้เครื่องมือค้นหาข้อมูลสามารถเข้าถึงและอ่านเนื้อหาเพื่อสร้างรายการสำหรับจัดทำดัชนีได้ง่ายเมื่อใครก็ตามพิมพ์คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณลงในเครื่องมือค้นหาข้อมูล

การปรับแต่ง SEO ด้วยปัจจัยภายนอกเว็บไซต์ (Off-page SEO)

เมื่อบริษัทหรือที่ปรึกษาด้าน SEO ปรับปรุงองค์ประกอบที่สำคัญต่างๆบนเว็บไซต์ของคุณเรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อมาคือการปรับแต่ง SEO ด้วยปัจจัยภายนอกเว็บไซต์ (Off-page SEO) ขั้นตอนนี้เป็นส่วนท้าทายที่สุดและต้องอาศัยการลงมือทำอย่างต่อเนื่องหากคุณต้องการมั่นใจว่าธุรกิจของคุณจะเติบโตอย่างมั่นคง ขั้นตอนดังกล่าวคือ

  • หาบล็อกที่มีเนื้อหาคุณภาพซึ่งเกี่ยวข้องกับตลาดของคุณ
  • เขียนเนื้อหาที่มีประโยชน์และมีคุณภาพซึ่งเกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณเพื่อส่งไปตีพิมพ์บนบล็อกเหล่านั้น เพื่อให้มีการลิงก์กลับมายังเว็บไซต์ของคุณ
  • กรอกข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของคุณลงในสารบบ (web directory) ที่เกี่ยวข้อง
  • สร้างเนื้อหาที่เหมาะกับตลาดของคุณบนโซเชียลมีเดีย
  • โพสต์ข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัยลงในโซเชียลมีเดียอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้กลุ่มผู้ติดตามของคุณเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับธุรกิจของคุณมากขึ้น

เป้าหมายของการปรับแต่ง SEO ด้วยปัจจัยภายนอกเว็บไซต์ (Off-page SEO) คือเพื่อเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจของคุณเป็นที่รู้จักมากขึ้น ยิ่งคุณเป็นที่รู้จักในอุตสาหกรรมและกลุ่มลูกค้าออนไลน์มากเท่าใด เว็บไซต์ของคุณก็จะมีโอกาสปรากฎในเครื่องมือค้นหาข้อมูลจากการค้นหาโดยคีย์เวิร์ดที่คุณถูกจัดอันดับไว้มากขึ้นเท่านั้น

เราพูดถึงความสำคัญของ SEO กันมาก แต่การเลือกผู้ที่เหมาะสมที่จะมาจัดการ SEO นั้นไม่ได้รับการพูดถึงมากนัก ความรู้ความเข้าใจที่เพียงพอเกี่ยวกับ SEO จะทำให้คุณสามารถคัดกรองบุคคลหรือบริษัทที่เหมาะสมที่จะมาดูแล SEO ให้กับธุรกิจของคุณได้ หลังจากที่คุณได้รู้จักเกี่ยวกับ SEO เบื้องต้นแล้ว เราอยากให้คุณเรียนรู้ให้ลึกขึ้นไปอีก และเมื่อถึงเวลานั้น คุณก็จะสามารถเลือกบุคคลากรที่เหมาะสมที่จะมาดูแลจัดการด้าน SEO ให้คุณและช่วยทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างคุ้มค่าเงินและเวลาที่ลงทุนไป