ทำไมการวิเคราะห์และติดตามผลแคมเปญการตลาดจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

ทำไมการวิเคราะห์และติดตามผลแคมเปญการตลาดจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

แคมเปญการตลาดที่ดีเป็นองค์ประกอบสำคัญของทุกธุรกิจ หากคุณไม่มีกลยุทธ์การตลาดที่มีประสิทธิภาพ ลูกค้าเป้าหมายของคุณก็จะไม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการของคุณ การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการของคุณคือการทำให้คนอื่นๆ รู้จักแบรนด์ของคุณด้วย ภาพลักษณ์ที่คุณนำเสนอคือภาพลักษณ์ที่ผู้ที่มีโอกาสกลายมาเป็นลูกค้าของคุณจะได้รับรู้

อย่างไรก็ตาม คุณไม่สามารถสร้างแคมเปญการตลาดขึ้นมาแล้ว “ปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ” ได้ คุณจำเป็นต้องวิเคราะห์และเฝ้าติดตามแคมเปญดังกล่าวอยู่เสมอเพื่อให้มั่นใจได้ว่า แคมเปญการตลาดดังกล่าวจะประสบความสำเร็จ

ข้อดีของการวิเคราะห์และติดตามผลแคมเปญการตลาด

เมื่อคุณวิเคราะห์และเฝ้าติดตามผลแคมเปญการตลาด คุณมีโอกาสที่จะได้วิเคราะห์ประสิทธิภาพของปัจจัยต่างๆ ในกรณีที่แคมเปญดังกล่าวแทบจะไม่ประสบความสำเร็จเลย คุณจำเป็นต้องวิเคราะห์ให้ลึกลงไปและหาให้พบว่าปัญหาอยู่ที่ไหน เมื่อถึงเวลานั้น คุณจะสามารถตัดสินใจได้ว่า คุณควรจะลงทุนต่อกับแคมเปญที่มีอยู่ หรือเลิกล้มแคมเปญดังกล่าวแล้วหันมาให้ความสำคัญกับแคมเปญใหม่ๆ แทน

เมื่อแคมเปญใดประสบความสำเร็จเป็นพิเศษ คุณก็สามารถเรียนรู้จากแคมเปญเหล่านั้นเพื่อให้มั่นใจว่าแคมเปญในอนาคตจะประสบความสำเร็จเช่นกัน

รู้ว่าลูกค้าของคุณต้องการจะบอกอะไร

ลูกค้าคือรากฐานของความสำเร็จของบริษัท ด้วยเหตุนี้คุณจึงต้องรู้ว่าเทคนิคการตลาดแบบไหนมีประสิทธิภาพในมุมมองของพวกเขา การติดตามภาวะการขึ้นลงของการดำเนินธุรกิจจะช่วยให้คุณเห็นข้อมูลดังกล่าว เมื่อคุณพบโฆษณา สโลแกน หรือเทคนิคการตลาดอื่นๆ ที่พวกเขาชอบ คุณก็ควรเริ่มต้นจากตรงนั้น คุณสามารถผนวกรวมเทคนิคการตลาดดังกล่าวเข้ากับสินค้าโปรโมชั่นหรือพูดถึงมันในโซเชียลมีเดียของบริษัท การคาดการณ์ปฏิกิริยาของลูกค้าจะช่วยให้คุณสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่พวกเขาจะจดจำไปชั่วชีวิต

ในทางกลับกัน หากปฏิกิริยาที่ลูกค้ามีต่อแคมเปญใดแคมเปญหนึ่งนั้นเป็นไปในทางลบ หรือเมื่อคุณไม่สามารถสร้างกำไรจากแคมเปญดังกล่าวได้ ไม่เพียงแต่คุณจะได้รู้ว่าแคมเปญดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จเท่านั้น แต่คุณยังจะสามารถรับรู้ได้ด้วยว่าพวกเขาไม่ชอบอะไร

พัฒนาเทคนิคที่ดีที่สุดให้ดีียิ่งขึ้น

เมื่อคุณพบกลยุทธ์ที่ได้ผลดี คุณอาจรู้สึกว่าคุณไม่จำเป็นต้องเข้าไปพัฒนาอะไรอีก คุณคิดว่ากลยุทธ์ดังกล่าวสร้างความสำเร็จให้คุณมามากแล้ว คุณจึงไม่จำเป็นต้องปรับปรุงมัน ทว่าลูกค้าและรูปแบบการแข่งขันจะไม่เหมือนเดิมตลอดไป และเทคนิคของคุณเองก็ไม่ควรจะเหมือนเดิมเช่นกัน

ตัวอย่างเช่น ลองพิจารณาสินค้าชนิดหนึ่งซึ่งปัจจุบันเจาะตลาดกลุ่มคนในวัย 20 กว่าๆ แม้ว่าคุณจะอยากรักษาฐานตลาดเดิมไว้ คุณเองก็ต้องการรักษาลูกค้าเก่าเอาไว้ด้วยในยามที่พวกเขาอายุมากขึ้น การปรับปรุงสินค้าและแคมเปญการตลาดให้เข้ากันสามารถช่วยเปลี่ยนลูกค้าอายุน้อยเหล่านี้ให้กลายเป็นลูกค้าของคุณไปชั่วชีวิต

มีกลยุทธ์ทางการเงินที่แข็งแรงขึ้น

เมื่อคุณวิเคราะห์และติดตามผลแคมเปญของคุณ คุณจะเริ่มเห็นว่าเงินที่คุณลงทุนไปนั้นสร้างกำไรหรือทำให้คุณขาดทุน ข้อดีหรือผลที่ตามมาข้อนี้เป็นสิ่งที่วัดได้ และหากคุณสามารถวัดตัวเลขดังกล่าวได้ มันก็อาจเป็นสิ่งที่ทำให้คุณประสบความสำเร็จ เมื่อคุณได้เรียนรู้ว่าปัจจัยใดที่ทำให้บริษัทของคุณไปได้ดี คุณก็สามารถลงทุนในปัจจัยนั้นเพิ่มและเลิกใช้เทคนิคที่ทำให้บริษัทของคุณไม่ได้กำไร

สร้างชื่อเสียงออนไลน์ที่มั่นคง

ไม่เพียงแต่คุณจะต้องการทำให้สถานะทางการเงินของบริษัทคุณมั่นคงเท่านั้น แต่คุณยังต้องทำให้แน่ใจด้วยว่า บริษัทของคุณมีชื่อเสียงที่ดีบนโลกอินเตอร์เน็ต การติดตามว่าคนอื่นๆ ตอบสนองต่อแคมเปญการตลาดของคุณอย่างไรบนโซเชียลมีเดียและเว็บบอร์ดต่างๆ ทำให้คุณพอรู้ได้ว่า ชื่อเสียงในโลกออนไลน์ของคุณเป็นอย่างไรและทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เมื่อคุณรู้แล้วว่าคุณอยู่จุดไหน คุณก็สามารถแก้ไขปัญหาหรือปรับกลยุทธ์เพื่อให้ได้รีวิวที่ดียิ่งขึ้นไปอีก


เคล็ดลับที่มีประโยชน์

หากคุณต้องการเริ่มต้นติดตามผลแคมเปญการตลาดและต้องการได้รับประโยชน์ต่างๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้น คุณสามารถใช้เคล็ดลับดังต่อไปนี้มาช่วยได้

  1. ตั้งตัวแปรที่ส่งผลต่อความสำเร็จของแคมเปญ

    ก่อนที่คุณจะเริ่มเฝ้าติดตามผลแคมเปญการตลาด คุณต้องทราบก่อนว่าเป้าหมายคืออะไร คุณต้องตั้งตัวแปรที่สามารถวัดค่า จับต้องได้ และมีอยู่จริง คุณอาจจะลองประเมินปริมาณการขาย ผลกำไร หรือสิ่งอื่นที่คล้ายคลึงกัน ตัวแปรพวกนี้มีความจำเป็นเพราะมันสามารถให้ผลตอบรับที่เป็นกลางกับคุณได้ แทนที่คุณจะอาศัยผลตอบรับที่มาจากความคิดเห็นส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง

    ตัวอย่างเช่น คุณจะมีโอกาสพิจารณาปริมาณกำไรที่เกิดขึ้นก่อนการปล่อยแคมเปญการตลาด และเปรียบเทียบกับปริมาณกำไรที่บริษัทได้รับหลังจากที่ปล่อยแคมเปญการตลาดดังกล่าวได้ไม่นาน

  2. ใช้ Landing Page เพื่อติดตามจำนวนการเข้าชม

    คุณสามารถเดาได้ว่า แคมเปญการตลาดของคุณนำ Traffic เข้ามาได้มากแค่ไหนจากจำนวนผู้คนที่เข้ามาเยี่ยมชมสินค้าหรือบริการออนไลน์ แต่คุณจำเป็นต้องรู้ด้วยว่า มีคนกี่คนที่คลิกดูโฆษณานั้นๆ โดยเฉพาะ

    คุณสามารถวัดผลดังกล่าวได้โดยสร้าง Landing Page สำหรับแคมเปญการตลาดขึ้นมาโดยเฉพาะ การทำเช่นนี้ทำให้คุณสามารถติดตามจำนวนการเข้าชมในช่วงระยะเวลาที่ต้องการ อันจะช่วยให้คุณสามารถติดตามประสิทธิภาพของแคมเปญการตลาดได้

  3. ถามผู้ที่มีโอกาสกลายมาเป็นลูกค้าของคุณว่า พวกเขารับรู้เกี่ยวกับสินค้าและบริการของคุณจากช่องทางใด

    การที่คุณรู้ว่า Lead ของคุณมาจากที่ไหนจะช่วยคุณตัดสินใจได้ว่า คุณควรจะให้ความสำคัญไปที่ปัจจัยหรือช่องทางการตลาดใดให้มากขึ้น คุณสามารถทำสิ่งนี้ได้โดยเพิ่มคำถามอย่าง "คุณรู้จักเราได้อย่างไร" ลงในแบบฟอร์มการติดต่อ หรือให้ทีมฝ่ายขายถามคำถามนี้แก่ลูกค้าเวลาพวกเขาคุยโทรศัพท์กับผู้ที่มีโอกาสกลายมาเป็นลูกค้าใหม่